การประกอบกิจการประเภทร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หรือร้านโชห่วย เพื่อขายสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ นั้น จะต้องดำเนินการจดทะเบียน รวมทั้งการขอรับใบอนุญาตในการขายสินค้าอย่างไรบ้างนั้น
ไอทีคอมเทค ขอสรุปการดำเนินการจดทะเบียน และการขอรับใบอนุญาตเพื่อจำหน่ายสินค้า สำหรับร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หรือร้านโชห่วย เป็น 2 ขั้นตอน ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 คือ จดทะเบียนพาณิชย์ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
- ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างคิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาท ขึ้นไปหรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป จะต้องจดทะเบียนต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
- ผู้ประกอบกิจการสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ในลักษณะของบุคคลธรรมดาเจ้าของคนเดียว หรือหลายคนรวมกันในลักษณะของนิติบุคคล เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ บริษัท
- การจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เริ่มประกอบการ หรือกรณีมีการเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการ ให้ดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
- ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างคิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาท ขึ้นไปหรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป จะต้องจดทะเบียนต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
- ผู้ประกอบกิจการสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ในลักษณะของบุคคลธรรมดาเจ้าของคนเดียว หรือหลายคนรวมกันในลักษณะของนิติบุคคล เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ บริษัท
- การจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เริ่มประกอบการ หรือกรณีมีการเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการ ให้ดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
สถานที่ที่รับจดทะเบียนพาณิชย์
1. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่ที่ตั้งร้านค้าตั้งอยู่
2. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ เมืองพัทยา หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด
1. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่ที่ตั้งร้านค้าตั้งอยู่
2. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ เมืองพัทยา หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด
บทกำหนดโทษ
1. ถ้าประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ ไม่ยอมให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในร้านค้า มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
2. กรณีใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย แต่ผู้ประกอบการไม่ยื่นคำร้องขอรับใบแทน หรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่ร้านค้าซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย ไม่จัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
3. ผู้ประกอบการซึ่งกระทำการฉ้อโกงประชาชน ปนสินค้าโดยเจตนาทุจริต ปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการ จะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ เมื่อถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว จะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
4.ผู้ประกอบการที่ถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนประกอบกิจการต่อไป มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
1. ถ้าประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ ไม่ยอมให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในร้านค้า มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
2. กรณีใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย แต่ผู้ประกอบการไม่ยื่นคำร้องขอรับใบแทน หรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่ร้านค้าซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย ไม่จัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
3. ผู้ประกอบการซึ่งกระทำการฉ้อโกงประชาชน ปนสินค้าโดยเจตนาทุจริต ปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการ จะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ เมื่อถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว จะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
4.ผู้ประกอบการที่ถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนประกอบกิจการต่อไป มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขั้นตอนที่ 2 คือ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (ขายปลีก)
1. สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตในการจำหน่ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สุรา ยาสูบ และ ไพ่
1. สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตในการจำหน่ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สุรา ยาสูบ และ ไพ่
- สินค้าประเภทสุรา
หมายความรวมถึงวัตถุทั้งหลายหรือของผสมที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา หรือซึ่งดื่มกินไม่ได้แต่เมื่อได้ผสมกับน้ำหรือของเหลวอย่างอื่นแล้ว สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุรา ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ประเภทที่ 3 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราปีละ 1,500 บาทและรวมภาษีเพื่อมหาดไทย 10% รวมเป็นเงินค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 1,650 บาท
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ประเภทที่ 4 สำหรับการขายสุราที่ทำในราชอาณาจักร ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราปีละ 100 บาทและรวมภาษีเพื่อมหาดไทย 10% รวมเป็นเงินค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 110 บาท
หมายความรวมถึงวัตถุทั้งหลายหรือของผสมที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา หรือซึ่งดื่มกินไม่ได้แต่เมื่อได้ผสมกับน้ำหรือของเหลวอย่างอื่นแล้ว สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุรา ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ประเภทที่ 3 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราปีละ 1,500 บาทและรวมภาษีเพื่อมหาดไทย 10% รวมเป็นเงินค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 1,650 บาท
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ประเภทที่ 4 สำหรับการขายสุราที่ทำในราชอาณาจักร ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราปีละ 100 บาทและรวมภาษีเพื่อมหาดไทย 10% รวมเป็นเงินค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 110 บาท
- สินค้าประเภทยาสูบ
หมายความรวมถึง บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่น และยาเส้นปรุง ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ประเภทที่ 3 สำหรับการขายยาสูบในประเทศและต่างประเทศ ครั้งละไม่เกิน 1,000 มวน โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับ (1) ขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในประเทศปีละ 20 บาท (2) ขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศปีละ 20 บาท
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายยาเส้นปรุง สำหรับการขายครั้งละไม่เกิน 200 กรัม โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตปีละ 10 บาท
หมายความรวมถึง บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่น และยาเส้นปรุง ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ประเภทที่ 3 สำหรับการขายยาสูบในประเทศและต่างประเทศ ครั้งละไม่เกิน 1,000 มวน โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับ (1) ขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในประเทศปีละ 20 บาท (2) ขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศปีละ 20 บาท
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายยาเส้นปรุง สำหรับการขายครั้งละไม่เกิน 200 กรัม โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตปีละ 10 บาท
- สินค้าประเภทไพ่
หมายความรวมถึง ไพ่ซึ่งทำด้วยกระดาษ หนัง หรือซึ่งทำด้วยวัตถุอื่น ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายไพ่ ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายไพ่ ประเภทขายปลีกครั้งละไม่เกิน 40 สำรับ โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ปีละ 20 บาท
หมายความรวมถึง ไพ่ซึ่งทำด้วยกระดาษ หนัง หรือซึ่งทำด้วยวัตถุอื่น ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายไพ่ ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายไพ่ ประเภทขายปลีกครั้งละไม่เกิน 40 สำรับ โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ปีละ 20 บาท
สถานที่ขอรับใบอนุญาต
1. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ณ สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร กรมสรรพสามิต
2. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จังหวัด
1. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ณ สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร กรมสรรพสามิต
2. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จังหวัด
หมายเหตุ
- ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ยาสูบ และ ไพ่ จะสิ้นสุดการใช้ในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี โดยสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวได้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม ของแต่ละปี และสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองหรือโดยทางไปรษณีย์
- ใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งออกให้โดยเจ้าพนักงานสรรพสามิตนั้น ให้ใช้ได้เฉพาะในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องแสดงใบอนุญาตนั้นไว้ในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ง่าย
- ห้ามสถานที่จำหน่ายสุรา ตั้งอยู่ใน หรือ ต่อเนื่องติดกับ ศาสนสถาน สถานศึกษา หรือสถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
- ห้ามสถานที่จำหน่ายยาสูบ ตั้งอยู่ใน หรือ ต่อเนื่องติดกับ ศาสนสถาน หรือสถานศึกษา
- ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ยาสูบ และ ไพ่ จะสิ้นสุดการใช้ในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี โดยสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวได้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม ของแต่ละปี และสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองหรือโดยทางไปรษณีย์
- ใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งออกให้โดยเจ้าพนักงานสรรพสามิตนั้น ให้ใช้ได้เฉพาะในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องแสดงใบอนุญาตนั้นไว้ในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ง่าย
- ห้ามสถานที่จำหน่ายสุรา ตั้งอยู่ใน หรือ ต่อเนื่องติดกับ ศาสนสถาน สถานศึกษา หรือสถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
- ห้ามสถานที่จำหน่ายยาสูบ ตั้งอยู่ใน หรือ ต่อเนื่องติดกับ ศาสนสถาน หรือสถานศึกษา
บทกำหนดโทษ
1. การขายสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีโทษปรับดังนี้คือ
- ถ้าเป็นสุราที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ถ้าเป็นสุราที่ผลิตภายในประเทศ มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
2. ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 3 และประเภทที่ 4 จะต้องขายสุราภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดให้ คือ เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. หากผู้ประกอบการฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อาจถูกเพิกถอนสิทธิในการขอรับใบอนุญาตขายสุราเป็นเวลา 5 ปี
4. ห้ามผู้ประกอบการจำหน่ายสุรา ยาสูบ ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
1. การขายสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีโทษปรับดังนี้คือ
- ถ้าเป็นสุราที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ถ้าเป็นสุราที่ผลิตภายในประเทศ มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
2. ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 3 และประเภทที่ 4 จะต้องขายสุราภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดให้ คือ เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. หากผู้ประกอบการฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อาจถูกเพิกถอนสิทธิในการขอรับใบอนุญาตขายสุราเป็นเวลา 5 ปี
4. ห้ามผู้ประกอบการจำหน่ายสุรา ยาสูบ ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. สินค้าที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตในการจำหน่าย
ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องดื่ม สินค้าเบ็ดเตล็ด และรวมถึงยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันจำนวน 51 รายการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน ฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2542 (รายละเอียดปรากฎตามเอกสารแนบท้าย)
ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องดื่ม สินค้าเบ็ดเตล็ด และรวมถึงยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันจำนวน 51 รายการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน ฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2542 (รายละเอียดปรากฎตามเอกสารแนบท้าย)
3. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ถ้าผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็ก/ร้านโชห่วย ไม่ว่าจะประกอบกิจการทั้งประเภทเจ้าของคนเดียว เจ้าของหลายคน ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือนิติบุคคล ถ้ามีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1,800,000 บาท ต่อปี ผู้ประกอบการดังกล่าวมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
ถ้าผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็ก/ร้านโชห่วย ไม่ว่าจะประกอบกิจการทั้งประเภทเจ้าของคนเดียว เจ้าของหลายคน ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือนิติบุคคล ถ้ามีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1,800,000 บาท ต่อปี ผู้ประกอบการดังกล่าวมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น